ย้อนวัย! มาดูเหล่าเกมกดยุคแรกที่ชวนให้คิดถึง

0

เห็นหัวข้อแล้วหลายๆ คนคงอมยิ้มและอดที่จะนึกถึงสมัยครั้งยังเป็นเด็กน้อยไม่ได้หรือในทางกลับกันอาจจะคิดว่า “นี่กรูแก่แล้วรึนี่!!” ในสมัยนั้นไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องพกเกมกดไปเล่นแก้เซ็งอยู่เสมอๅ แต่สำหรับน้องๆ สมัยนี้แล้วอาจจะงงๆ กับคำว่า “เกมกด” มันคืออะไร? วันนี้เราจะพาย้อนวัยไปรู้จักกับสิ่งๆ นี้กันครับ

เกมกด เป็นชื่อเรียกของเครื่องเล่นเกมพกพาสมัยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วและถือได้ว่าเป็นเครื่องเล่นยอดฮิตในสมัยนั้นเลยทีเดียว หากเปรียบเหมือนตอนนี้ก็คงจะเปรียบได้กับ PSP หรือเครื่อง DS เลยก็ว่าได้ เกมกด ถูกผลิตออกมาหลากหลายญี่ห้อ มีด้วยกันหลายเกมและหลายรูปแบบ โดยลักษณะของเครื่องและปุ่มบังคับนั้นจะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับลักษณะเกมของเครื่องนั้นๆ สำหรับจอนั้นจะมีทั้งแบบสีและขาวดำ ส่วนกราฟฟิกจะเป็นลักษณะเหมือนนาฬิกาดิจิตอล ต่อไปผมจะพาเพื่อนๆ ไปดูหน้าตาของเจ้า เกมกด แต่ละรุ่นกันนะครับ ใครเลยเล่นเครื่องไหนมั้งก็ Comment บอกกันได้ด้านล่างนะจ๊ะ

Game & Watch Silver Series

- Advertisement -

Game & Watch ถือได้ว่าเป็นเครื่องเกมยุคแรกๆ ของ Nintendo ความสามารถของมันก็ตามชื่อเลยครับ คือ เป็นได้ทั้งเกมและนาฬิกาดิจิตอลภายในตัว สำหรับตัวนี้เป็นรุ่น Silver Series ผลิตและออกจำหน่ายเมื่อ พ.ศ, 2523 เป็นรุ่นแรกของ Game & Watch Series เลยทีเดียว เหตุที่ชื่อรุ่นเป็นแบบนี้ก็เพราะด้านหน้าเครื่องเป็นแผ่นอะลูมิเนียมสีเทานั้นเอง ขนาดเครื่องนั้นก็มีขนาดประมาณนามบัตรครับ Silver Series นั้นเมื่อวางจำหน่ายก็ได้รับเสียงตอบเหล่าจากเหล่าเกมเมอร์อย่างล้นหลามจนเกิดเป็น Series ต่างๆ ตามมาอีกมากมาย สำหรับรุ่นนี้มีทั้งหมด 5 เกม ได้แก่ Ball (ถูกผลิตออกมาเป็นเกมแรก), Flagman, Vermin, Fire และ Judge

Game & Watch Gold Series

หลังจากที่รุ่น Silver Series ออกมาแล้วได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทาง Nintendo ก็ไม่รอช้ารีบผลิตรุ่น Gold Series ออกมาเอาใจแฟนเกมกันต่อ รุ่นนี้ผลิตใน พ.ศ. 2524 โดยออกมาหลังรุ่น Silver Series ได้ไม่ถึงปี สำหรับชื่อเรียกรุ่นคงไม่ต้องเดาเพราะมันมาจากสีแผ่นอะลูมิเนียมด้านหน้าของตัวเครื่องนั้นเอง Series นี้ได้ถูกเพิ่มความสามารถใหม่ๆ เข้ามาให้กับ Game & Watch อาทิเช่น สามารถตั้งเวลาปลุกได้ และมีขาตั้งเหล็กผับได้เพื่อให้สมกับชื่อที่เป็น Game & Watch นั้นเอง ในรุ่นนี้ถูกผลิตออกมาให้เล่นด้วยกันทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Manhole, Helmet (ฝรั่งใช้ชื่อว่า Headache) และ Lion

Game & Watch Wide Screen

Game & Watch รุ่นนี้หลายๆ คนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา สำหรับรุ่น Wide Screen นั้นถูกผลิตต่อจากรุ่น Gold Series ซึ่งได้จำหน่ายไปก่อนหน้านี้ได้ไม่ถึงครึ่งปี ลักษณะเด่นของรุ่นนี้ก็คงเป็นที่หน้าจอ ที่ทาง Nintendo ได้ปรับเปลี่ยน Re-Design ใหม่ให้ใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนเรื่องปุ่มด้วย เพื่อให้ผู้เล่นใช้งานได้สะดวกขึ้นั้นเอง สำหรับรุ่นนี้ได้ถูกผลิตออกมาถึง 10 เกมเลยทีเดียว ได้แก่ Parachute, Octopus, Popeye, Chef, Mickey Mouse, Egg, Fire, Turtle Bridge, Fire Attack และ Snoopy Tennis แต่เกมที่ได้รับความนิยมมากๆ ก็จะเป็น เกมปลาหมึก (Octopus), โดดร่ม (Parachute) และ ป๊อปอาย (Popeye)

Game & Watch Multi Screen

หลังจาก Game & Watch ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทาง Nintendo เองก็ไม่หยุดที่จะพัฒนารุ่นใหม่ๆ ออกมาเพื่อโกยเงิน เอ้ยไม่ใช่!! เอาใจแฟนเกมกันต่อ โดยในปี พ.ศ. 2525 Nintendo ได้ออก Game & Watch รุ่น Multi Screen ซึ่งดูคล้ายๆ Nintendo DS เอามากๆ จะว่าไปมันก็คือปู่ทวดของ Nintendo DS ที่เรารู้จักนั้นเองแหละครับ ลักษณะเด่นของเครื่องนี้อยู่ที่หน้าจอ 2 หน้าจอที่มีความสัมพันธ์กัน สำหรับเครื่องนี้ถือได้ว่ามีผลิตเกมออกมามากที่สุด โดยมีเกมที่ผลิตออกมาถึง 15 เกม ได้แก่ Oil Panic, Donkey Kong, Mickey & Donald, Greenhouse, Donkey Kong II, Mario Bros., Rain Shower, Lifeboat, Pinball, Black Jack, Squish, Bomb Sweeper, Safebuster, Gold Cliff และ Zelda

Game & Watch New Wide Screen

สำหรับ Game & Watch รุ่นนี้ทาง Nintendo ได้หยิบเอาเกมดังๆ ของเครื่อง Famicom และเครื่อง Game & Watch รุ่นก่อนๆ มาปรับปรุงและขายใหม่ โดยจะมีการปรับกราฟฟิกและตัวเครื่องให้ดูทันสมัยขึ้น รุ่นนี้ถือได้ว่ามีระยะเวลาจำหน่ายยาวนานมาก โดยมีการผลิตเมื่อ พ.ศ. 2525 และมีการออกเกมสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. 2534 ในเกม Mario The Juggler โดยเป็นเกมที่พัฒนามาจากเกม Ball ซึ่งเป็นเกมแรกของเครื่อง Game & Watch สำหรับรุ่นนี้มีเกมไปถูกผลิตออกมาทั้งหมด 8 เกม ได้แก่ Donkey Kong Jr., Mario’ s Cement Factory, Manhole, Tropical Fish, Super Mario Bros., Climber, Balloon Fight และ Mario the Juggler

Tabletop

ปฏิวัติวงการเกมกดครั้งยิ่งใหญ่กับรุ่น Tabletop ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยจะเป็นเกมกดที่สามารถพกพาได้สักเท่าไหร่เพราะด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่จึงพกพาได้ลำบาก Tabletop ถูกผลิตเมื่อ พ.ศ. 2526 จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่หน้าจอที่สามารถแสดงสีสันได้ สำหรับรุ่นนี้มีเกมทั้งหมด 4 เกม ได้แก่ Donkey Kong Jr., Mario’s Cement Factory, Snoopy และ Popeye

Panorama Screen

หลังจากที่ Nintendo ออกรุ่น Tabletop มาไม่นานก็ได้รีบออกรุ่น Panorama Screen ออกมาทันที (น่าจะเห็นข้อบกพร่อง เรื่องขนาดเครื่องของรุ่นที่แล้ว) สำหรับรุ่นนี้ถูกผลิตเมื่อ พ.ศ. 2526  ความสามารถนั้นแทบจะ Copy Paste รุ่น Tabletop มาเลยทีเดียว เพียงแต่มีขนาดที่เล็กกว่าจึงสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่ทว่าก็ยังได้รับความนิยมน้อยกว่ารุ่นพี่อย่าง Wide Screen สำหรับเครื่องนี้มีเกมออกมาทั้งหมด 6 เกม ได้แก่ Snoopy, Popeye, Donkey Kong Jr., Mario’s Bombs Away, Mickey Mouse และ Donkey Kong Circus

Super Color

รุ่นนี้ผลิตใน พ.ศ. 2527 เป็นรุ่นท้ายๆ ของเครื่อง Game & Watch สำหรับรุ่นนี้ได้มีการปรับเปลี่ยน Design ตัวเครื่องให้เป็นแบบแนวตั้ง และตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด ถึงชื่อรุ่นจะเป็นชื่อ Super Color ก็ตาม แต่เอาเข้าจริงแล้ว สีสันสดใสสู้รุ่นพี่อย่าง Panorama Screen รุ่นก่อนหน้านี้แทบไม่ได้เลย และด้วยกระแสความนิยมของ Game & Watch นั้นลดน้อยลง รุ่นนี้จึงผลิตเกมออกมาเพียง 2 เกมเท่านั้น ซึ่งได้แก่ Spitball Sparky และ CrabGrab

Micro VS.

ภายในปีเดียวกัน Nintendo ได้ปรับกลยุทธใหม่หลังจากที่ Game & Watch เริ่มหมดความนิยมลง โดยส่ง Micro VS. ออกมา สำหรับรุ่นนี้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมได้พร้อมกัน 2 คน โดยตัวเครื่องจะมีจอยมาให้ โดย Nintentdo ออกมาทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Boxing (Punch Out), Donkey Kong 3 และ Donkey Kong Hockey

Micro VS.

ภายในปีเดียวกัน Nintendo ได้ปรับกลยุทธใหม่หลังจากที่ Game & Watch เริ่มหมดความนิยมลง โดยส่ง Micro VS. ออกมา สำหรับรุ่นนี้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมได้พร้อมกัน 2 คน โดยตัวเครื่องจะมีจอยมาให้ โดย Nintentdo ออกมาทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Boxing (Punch Out), Donkey Kong 3 และ Donkey Kong Hockey

Western Bar

เป็นเกมกดสุดฮิตในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ หลายๆ คนเรียกติดปากว่า เกมคาวบอย เกม Wastern Bar นี้ผลิตเมื่อ พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นยุคท้ายๆ ของเกมกดแล้วล่ะ ลักษณะเด่นของจะเป็นเรื่องเสียงเพราะตัวเครื่องมีลำโพงที่ใหญ่ทำให้เวลาเล่นจะมีทั้งเสียงปืน และเสียงตอนตายที่เป็นเอกลักษณ์หากใครเคยเล่นคงจะพอจำเสียงเจ้านี้ได้

Submarine Battle

เป็นเกมที่ฮิตมากๆ เกมนึงของค่าย Casio เลยทีเดียว เกมนี้ผลิตเมื่อ พ.ศ. 2528 ก่อน เกมคาวบอย โดยเกมนี้ได้รับความนิยมเอามากๆ ในบ้านเรา หลายๆ คนเรียกติดปากว่า เกมเรือดำน้ำ สำหรับตัวเครื่องนั้นจะคล้ายๆ กับเกมคาวบอย แต่ตัวเครื่องจะมีสีเหลืองสดใส

นอกจาก Casio แล้วยังมีริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai ก็ลงมาแจมในตลาดนี้ด้วย โดยเกมส่วนใหญ่ของ Bandai นั้นจะเป็นเกมที่มาจากการ์ตูนดัง (ก็แน่นอนซิ เค้าเป็นบริษัทของเล่นนี่นา) เรามาดูเกมกดที่คุ้นหน้าคุ้นตาของค่ายนี้กันดีกว่า

Dragonball Z

เกมนี้ถูกผลิตเมื่อ พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นยุคหลังๆ ของเกมกดแล้ว เจ้ารุ่นนี้ได้มาจากการสะสมสติ๊กเกอร์จากขนมเพื่อนำไปแลกเกมกด หากใครยังจำขนมโดราเอม่อนได้ก็คงจะพอนึกถึงเกมกดตัวนี้กัน

Tamagotchi

หลังจากยุคสมัยของเกมกดได้หมดไป ในปี พ.ศ. 2539 Bandai ได้ปลุกกระแสเกมกดขึ้นมาอีกครั้งด้วย Tamagotchi เกมกดลักษณะรูปไข่ โดยเกมกดตัวนี้ผู้เล่นจะมีหน้าที่เลี้ยงสัตว์ตัวน้อยที่มีชื่อว่า Tamagotchi โดยเราจะเริ่มเลี้ยงกันตั้งแต่มันยังเป็นไข่ คอยให้อาหาร ทำความสะอาด ไปเรื่อยๆ จนมันเติบโตและฟักตัวออกมา ลักษณะการเล่นเป็นแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นที่ถูกอก ถูกใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเลี้ยงสัตว์เอามากๆ จึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างสูลจนแทบจะเป็นเกมกดที่โด่งดังที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้

- Advertisement -